วันอาทิตย์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

First Impression สำคัญไฉน?


กลับมาพบกันแล้วนะคะในสัปดาห์นี้

สัปดาห์นี้เราจะพูดถึงเรื่องของความประทับใจแรกพบกันนะคะ

ว่ามันสำคัญมากแค่ไหน มาดูกันค่ะ

ความประทับใจแรกพบเป็นสิ่งสำคัญ

ที่หลายคนอาจจะมองข้ามไปโดยที่ไม่รู้ตัว

เพราะสิ่งที่เราแสดงออกมาให้คนอื่นเห็นในครั้งแรกที่รู้จักกันนั้น จะถูกจดจำไปอีกนาน

ดังนั้นภาพลักษณ์เมื่อแรกเห็นยิ่งสำคัญ เพราะธรรมชาติของคนเรามักตัดสินคนจากภายนอกในเวลา

สั้นๆตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้เจอ ผู้คนจะกำหนดความคิดเห็นเกี่ยวกับเราโดยดูจากบุคลิกภายนอก ภาษา

กาย กิริยาท่าทาง รวมทั้งการแต่งกาย  ความประทับใจเมื่อแรกพบนั้นยากที่จะเปลี่ยนแปลงหรือ

สร้างขึ้นใหม่ เพราะฉะนั้นจึงสำคัญมากทีเดียว

ตัดสินตั้งแต่ครั้งแรกว่าดีหรือไม่ดี

ถ้าเราเริ่มไม่ดี ภาพลักษณ์ที่ไม่ดีก็ยังคงอยู่(ในหัวของอีกฝ่าย)แล้วจะทำให้ตัวเขามี อคติ กับเราได้ง่ายๆ


เช่น


“ถ้าเขาเข้ามาทักเราตอนที่เราอารมณ์ไม่มีแล้วเราหงุดหงิดกลับไป เขาก็จะจำภาพเราในรูปแบบคนที่ขี้โมโห หงุดหงิด ทั้งๆที่บางทีเราอาจจะไม่ได้เป็นอย่างนั้นก็ได้”

มันอาจทำให้คุณดูเป็นคนขี้โวยวาย

เพราะฉะนั้นเรามาสร้างความประทับใจให้ตรึงตา ติดอยู่ในใจอีกฝ่ายตั้งแต่เริ่มแรกจะดีกว่า

อันนี้ก็เป็นตัวอย่างของการสร้างความประทับใจแรกพบที่ดี

ยิ้ม
สิ่งที่ทำได้ง่ายที่สุดคือการยิ้ม  ยิ้มนี่ควรเป็นการยิ้มแบบ จริงใจ ที่ออกมาจากหัวใจจริงๆ เพราะถ้าคุณ

ยิ้มแค่เป็นมารยาท หรือเสแสร้งยิ้มนั้น เขาจะดูออกและทำให้ตัวเราดูเป็นคนเสแสร้งไปเลย


รักษาเวลา
ถ้านัดเจอกันครั้งแรก ก็ต้องไปให้ตรงเวลา เพราะเวลาเป็นตัวสะท้อนความสนใจ ใส่ใจ และความรั

ผิดชอบของคุณเพราะฉะนั้นเราควรจะวางแผนที่จะมาถึงที่นัดหมายก่อนเวลา และควรเผื่อเวลารถติด

หรือหลงทางด้วย


การแต่งกาย
 เริ่มจากแต่งกายให้เหมาะสมถูกกาลเทศะ คำนึงถึงความสะอาดสะอ้านของเสื้อผ้า

เชื่อคนไหน?


 เป็นตัวของตัวเอง
(แต่อย่ามากจนเกินไป)

จะช่วยให้คุณดูผ่อนคลายและมิตร แต่อย่าเป็นตัวของตัวเองจนเกินขอบเขต เพราะอาจทำให้คู่สนทนาอึดอัดและเข้าถึงยาก

 การพูดคุย
เราสามารถสร้างความประทับใจให้ผู้อื่นได้ หลังรู้จักและทักทายกันแล้ว หัวข้อสนทนาต่อไปควร

เป็นคำถามปลายเปิดโดยที่คู่สนทนาสามารถตอบได้โดยไม่อึดอัดใจ และระหว่างรับฟังก็ควรที่จะ

แสดงความกระตือรือร้น ละความจริงใจ 



สุภาพเรียบร้อย
การเป็นคนมีมารยาทดีและใช้ภาษาสุภาพจะทำให้คู่สนทนาประทับใจ และรู้สึกผ่อนคลาย



น้ำเสียง
เวลาพูดคุยทำน้ำเสียงให้เป็นปกติโดยที่ไม่ต่ำหรือเรียบจนเกินไปเพราะจะทำให้อีกฝ่ายอึดอัดและคิดว่าเราไม่อยากคุยกับเขาก็ได้

สร้างความประทับใจที่ดี




ถ้าเราได้คุยกับคนอื่นแล้วอีกฝ่ายแสดงท่าทีที่ทำให้เราไม่ประทับใจตั้งแต่แรกพบ เราก็ต้องให้โอกา

สเขาในการแสดงตัวเพราะบางทีเขาอาจจะไม่ได้เป็นแบบนี้ก็ได้

แน่นอนว่ามันเป็นเรื่องยาก แต่ลองดูดีๆก่อน ถ้าเขาไม่ดีจริงก็ค่อยว่ากันแต่ถ้าเขาไม่ใช่คนแบบนั้นตัว

เราเองก็ต้องให้โอกาสเขา




ลองทิ้งทิฐิส่วนตัวดูเราอาจจะมองโลกกว้างขึ้นก็ได้....


เจอกันเอนทรี่หน้าค่ะ


วันเสาร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ภาษาจากดนตรี...




ดนตรีเป็นภาษาสากล

เป็นภาษาที่คนทั่วทุกมุมโลกรู้จัก

ถึงแม้ว่าบางทีจะพูดไม่รู้เรื่อง

เราก็สามารถที่จะร่วมเล่นดนตรีกันได้...พวกเราสนุกไปกับการเล่น

โดยไม่มีการแบ่งชนชั้น เชื้อชาติ ศาสนา สีผิว

ดนตรีเป็นภาษาสากล


ในบางทีเราก็นึกสงสารคนที่มี อวัยวะในการรับฟังที่ ผิดปกติ

เช่น คนที่หูหนวกมาตั้งแต่กำเนิด

พวกเขาไม่เคยได้ยินแม้กระทั่งเสียงพูดเลย....

ดังนั้นคนที่โชคดีมีประสาทรับฟังเป็นปกติก็สามารถหาความสุขเล็กๆน้อยจากการฟังดนตรีได้

คนหูหนวกไม่ได้ยินเสียงใดๆเลย

            ดนตรีมีผลต่อการทำงานของระบบต่างๆในร่างกายเช่น ระบบประสารทอัตโนมัติ ระบบกล้ามเนื้อ และสภาพ

จิตใจ ทำให้สมองหลังสาร “เอนโดรฟิน (Endorphin)” สารแห่งความสุข เพื่อทำให้เราผ่อนคลายและเพราะเหตุนี้

ดนตรีจึงถูกนำมาใช้ในการบรรเทาอาการเจ็บปวด คลายเครียด และลดความวิตกกังวลกับผู้ป่วยที่มีปัญหาทางจิต 

หรือเด็กสมาธิสั้นเป็นต้น

เรานำดนตรีมาบำบัดผู้ป่วย



           
อย่างไรก็ตาม ดนตรีจะมีคุณค่าได้ก็ต่อเมื่อ มีคนเล่น

เครื่องดนตรีมันเล่นด้วยตัวเองไม่ได้

ไม่ใครที่ตั้งเปียโนไว้เฉยๆ แล้วจะมีเสียงเปียโนแสนไพเราะออกมาจากตัวมันเองหรอก

(ถ้าเล่นเองก็ผีหลอกแล้ว 555)


เพลงที่ว่าเพราะๆนะ ไม่ได้เป็นเพราะเครื่องดนตรีดีหรอกนะ (แต่ในบางมุมก็อาจจะมีส่วน)

ที่ดีน่ะคือคนเล่น เพลงจะเพราะไม่เพราะมันอยู่ที่คนเล่น

ยิ่งคนเล่นมีความสามารถมากเท่าไหร่ เสียงดนตรีที่ถูกบรรเลงออกมากก็ยิ่งมีความไพเราะมากเท่านั้น

และถึงเครื่องดนตรีจะใช้ของดีมียี่ห้อ ราคาแพงหูฉี่ขนาดไหน แต่ถ้าคนเล่น เล่นไม่ดี

ฟังให้ตายยังไงมันก็ไม่เพราะ...


การที่จะเล่นดนตรีให้ได้ดีนั้น

มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสักนิด

อันนี้พูดได้เลยเพราะตัวเองก็เป็นคนหนึ่งที่เล่นดนตรีอยู่

การที่จะเล่นดนตรีมันก็ต้องเริ่มจากพื้นฐาน อย่างเช่น ไล่สเกล การฝึกอ่านโน้ต

มันอาจจะดูเป็นเรื่องที่น่าเบื่อ แต่มันเป็นสิ่งสำคัญที่เป็นรากฐานในการที่จะขึ้นไปอยู่ในระดับที่สูงขึ้น

แน่นอน


ถ้าไม่ซ้อมมันก็ไม่ได้

ยิ่งไม่ได้ก็ยิ่งไปได้ช้า

ถ้าไปได้ช้าก็รู้สึกท้อและถอดใจที่จะกระทำมันต่อ รู้สึกว่าตัวเองทำไม่ได้

และ หยุด....


หมั่นฝึกซ้อมเพื่อพัฒนาความสามารถ


ความสามารถที่มีส่วนหนึ่งอาจจะมาจาก “พรสวรรค์”

การที่เรามีพรสวรรค์ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่ฝึกฝน

พรสวรรค์เป็นแค่ส่วนหนึ่งของความสำเร็จเท่านั้น


ถ้าตีเป็นเปอร์เซ็น
พรสวรรค์ สัก 10%
ที่เหลือ 90 %
พรแสวงล้วนๆ

บนโลกนี้มีนักดนตรีมากมาย

แต่จะมีสักกี่คน

“ที่ถูกยอมรับจากคนทั่วโลก”

แต่ก็อย่างไรก็ตามการที่เราไม่ได้ถูกยอมรับจากคนทั่วโลกก็ไม่เห็นจะเป็นอะไร

ถึงจะไม่เด่น ไม่ดังแต่เราก็สามารถทำให้คนที่ได้ฟังเราเล่นมีความสุขได้

เพราะยังไงดนตรีก็มีหน้าที่ทำให้คนมีความสุขอยู่แล้ว

เช่น.....

เราสอนคนให้รู้จักดนตรี

เราใช้ดนตรีของเราในการบำบัดและฟื้นฟูสภาพร่างกายและจิตใจของผู้อื่น

เราสอนคนให้รู้จักดนตรี


และอย่าลืม “ดนตรีเป็นภาษาสากล”

เราจะไปที่ไหนก็ได้ ถ้าเราเล่นดนตรีได้เราก็สื่อสารกันได้แล้ว






I LOVE MUSIC"""









วันอาทิตย์ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

Self Concept!


กลับมาพบกันอีกครั้งนะคะ

วันนี้ จขบ. จะมาพูดถึงเรื่อง "ความกลัว" กันค่ะ

(เครดิตภาพทั้งหมด จาก Google ค่ะ)
--------------------------

คนเรา....กลัวอะไร?
กลัว....

บางคนกลัวการอยู่คนเดียว
บางคนกลัวความตาย
กลัวการจากลากับคนที่เรารัก
กลัวการล้มเหลว
บางคนกลัวคนไม่ยอมรับตัวเอง
กลัวตัวเองไม่มีค่าเวลาอยู่ในสังคม


(ซึ่ง จขบ. ก็เป็นหนึ่งในนั้น กลัวคนไม่ยอมรับ)

การที่เราจะกลัวอะไรสักอย่างมันไม่ใช่เรื่องที่ผิด
เพราะทุกคนก็มีความกลัวกันได้ทั้งนั้น

แต่ที่น่าสงสารคือ...บางคนกลัวมาก
จนไม่กล้าลงมือทำอะไรเลย....
--------------------------------
อย่างที่กล่าวไปว่าตัว จขบ. เองก็มีความกลัวอย่างหนึ่งคือ กลัวคนไม่ยอมรับ
เพราะฉะนั้นก็เลยทำตัวให้คนอื่นยอมรับโดยการ
'ทำในสิ่งที่คิดว่าอีกฝ่ายจะชอบโดยไม่สนว่าตัวเองจะต้องฝืนทำหรือเต็มใจทำ
 ขอแค่อีกฝ่ายถูกใจจนไม่เป็นตัวของตัวเอง...'

ว่าง่ายๆก็คือ....

         สร้างภาพนั่นแหละ (ฮา)

จนบางทีก็ได้แต่ถามตัวเองว่า
............................................................
...................................
........
เราคือใคร?
สรุปแล้วตัวเราเองคืออะไร...
เราไม่รู้จักตัวเองเลยสักนิด

เราต้องการอะไร
เราชอบอะไร
จริงๆเราเป็นคนแบบไหน

ไม่มีใครรู้
......
นอกจากตัวเราเอง

ก็มัวแต่สร้างภาพ แล้วเมื่อไหร่จะเป็นตัวของตัวเอง?

แต่การที่เราทำตัวกับคนนี้แบบนึง...คนนู้นอีกแบบนึง...มันอาจจะทำให้คนมองเราว่า 
'เสแสร้ง' และ 'ไร้ความจริงใจ'
         ทั้งๆที่ตัวเราเองไม่ได้ตั้งใจจะให้เป็นแบบนั้นเลยสักนิด....
----------------------------------------------------------------
เราไม่จำเป็นที่จะต้องเหมือนคนอื่นๆเสมอไป
เพราะในบางทีสิ่งที่คนอื่นเขามักจะนิยมทำกัน มันอาจจะไม่ใช่สำหรับเรา
บางอย่างที่ใช่สำหรับเราคนอื่นอาจจะไม่นิยมทำกัน
ชีวิตเราไม่ได้ขึ้นอยู่กับใคร.......
                        มันขึ้นอยู่กับตัวเราเองทั้งสิ้น

เป็น ตัวของตัวเอง แคร์คนอื่นให้น้อยลงบ้าง
มันอาจจะทำให้เรามีความสุขมากขึ้น
ก็เราเป็นของเราแบบนี้....
“แล้วใครจะทำไม?”
ใครรับได้ก็รับไป ถ้ารับไม่ได้เราก็จะได้ปรับปรุงแก้ไขจุดนั้นของเราให้ดีขึ้น
เป็นตัวของตัวเองแหละดี แต่อย่ามากเกินไปจนลืมรับฟังคนรอบข้าง
อย่าลืมหันมองคนรอบข้างด้วย
เป็นตัวของตัวเองได้...แต่จงอย่าหลงตัวเองนะจ้ะ



เจอกันเอนทรี่หน้าจ้าาา




ฉันรักตัวฉัน.....